วิธี Generate Key และวิธี Sign Jar ของโปรแกรม .Jar เพื่อรันบน Web Browser

ห่างหายไปนาน ช่วงนี้มั่วแต่นั่งทำความฝันอยู่ เลยไม่ได้มาเขียนบทความ ประกอบกับเริ่มหมดมุขเขียนเรื่องใหม่ๆ ดังนั้น เลยลองเอาความรู้เก่าๆ ที่อยู่ในสมอง มาปัดฝุ่นและถ่ายทอดลงสู่ blog เพื่อเป็นการเผื่อแผ่ความรู้และบันทึกไปในตัว

โดยบทความนี้ จะเสนอเรื่อง “วิธี Generate Key และวิธี Sign Jar ของโปรแกรม .Jar เพื่อรันบน Web Browser

ซึ่งบางท่านคงรู้ว่า การ Generate Key และ Sign Jar นั้นทำอย่างไร และรู้ว่าทำเพื่ออะไร  แต่ถึงกระนั้น ผมก็ขออธิบายในสไตล์ผม มันอาจไม่ถูกต้อง แต่มันคือสิ่งที่ผมรู้และเข้าใจ ถ้าไม่ถูกต้องหรือมีอะไรเพิ่มเติม comment แนะนำผมด้วยนะครับ ;)

มา เรามาเริ่มกัน การ Generate Key นั้น เป็นการกำหนด ข้อมูลรายละเอียดของโปรแกรม เพื่อที่เราจะนำไปใช้ในการระบุตัวตน ของ โปรแกรมที่เราสร้าง ในที่นี้ก็คือ Applet

โดยโปรแกรมจะให้เราระบุข้อมูลตามนี้

  • What is your first and last name?
  • What is the name of your organizational unit?
  • What is the name of your organizational?
  • What is the name of your City or Locality?
  • What is the name of your State or Province?
  • What is the two-letter country code for this unit?
วิธี Generate Key และวิธี Sign Jar ของโปรแกรม .Jar เพื่อรันบน Web Browser

วิธี Generate Key และวิธี Sign Jar ของโปรแกรม .Jar เพื่อรันบน Web Browser

วิธีการสร้าง Generate Key นั้น ให้เรา ไปที่ command line [cmd] โดยไปยัง path ที่มีเจ้า keytool อยู่ ซึ่งปรกติแล้ว มันจะอยู่ Path C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_04\bin    ประมาณนี้ ขึ้นอยู่กับ Jdk คุณเวอรชั่นไหน หลังจากนั้น สั่ง มันด้วยคำสั่ง

keytool -genkey -alias signFiles -keypass [กำหนดได้ตามใจ] -keystore [กำหนดได้ตามใจ] -storepass [กำหนดได้ตามใจ]
เช่น
keytool -genkey -alias signFiles -keypass T0dsap0n -keystore mystore -storepass T0dsap0n

หลังจากนั้น Enter มันก็จะขึ้นคำถามต่างๆ เพื่อให้เราป้อน สุดท้ายมันจะให้เรา ยืนยันข้อมูลอีกครั้ง เราก็ตอบไปว่า Y= เยส

คราวนี้มาถึงเจ้า Sign Jar  เจ้า Sign Jar เป็นการนำ Generate Key ที่เราสร้างมายัดใส่ใน โปรแกรมของเรานั้นก็คือ Applet เพื่อให้โปรแกรมของเรามีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง ประมาณว่า หลอกพวก Web browser ได้ และเป็นการแจ้งรายละเอียดของโปรแกรมของเรา ก่อนที่ผู้อื่นจะนำไปใช้

วิธีการก็เหมือนเดิมครับ ให้เรา ไปที่ command line [cmd] โดยไปยัง path ที่มีเจ้า jarsigner อยู่ ซึ่งปรกติแล้ว มันจะอยู่ Path C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_04\bin    ประมาณนี้ ขึ้นอยู่กับ Jdk คุณเวอรชั่นไหน หลังจากนั้น สั่ง มันด้วยคำสั่ง แต่ก่อนจะสั่ง คุณจะต้องไม่ลืมนำ โปรแกรม .Jar ของคุณมาไว้ใน path นี้ด้วย

jarsigner -keystore [ชื่อที่เรากำหนดก่อนหน้านี้] -storepass [ชื่อที่เรากำหนดก่อนหน้านี้]  -keypass [ชื่อที่เรากำหนดก่อนหน้านี้] [ชื่อโปรแกรม .Jar] signFiles
เช่น
jarsigner -keystore mystore -storepass T0dsap0n  -keypass T0dsap0n GetCom.jar signFiles

หลังจากนั้น Enter เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วครับ คราวนี้เราก็เอาเจ้าโปรแกรม .Jar ที่ถูก Sign Jar เรียบร้อยไปใช้งานได้แล้วครับ

ปล. พระเอกของเรางานนี้ คือ keytool  กับ jarsigner


ย้าย Host เลยต้อง Backup WordPress จอดับไปพักหนึ่ง

พอดี Host ที่เก่าจะหมดสัญญาภายใน 2 เดือน และตกลงค่าใช้จ่ายกันไม่ได้  เลยจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ใหม่ และนี้คือสาเหตุ “จอดับไปพักหนึ่ง”  และดันไปเข้ากระแส SOPA โดยไม่รู็ตัว อิอิ

แต่การดับในครั้งนี้ใช้เวลาไม่นาน เพราะได้เตรียมแผนการและความพร้อมไว้หมดแล้ว จึงไม่ส่งผลอะไรมาก

โดยขั้นตอนการทำงาน ย้าย Host นั้นไม่มีอะไรมาก  แบ่งออกเป็น  6 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1  Backup Data(ตัวเว็บไซต์) : โดยการนำข้อมูล wordpress  จาก Host เก่ามาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ของเราด้วยวิธี  FTP(Tool FileZilla Client)

ขั้นตอนที่ 2  Backup Database :  ทำผ่าน Tool phpMyAdmin ในตรงนี้ให้เลือก Database ที่ต้องการ backup หลังจากนั้นเลือกเมนู ส่งออก(Export) ให้ทำการส่งออกในรูปแบบ SQL ในจุดนี้เราจะได้ไฟล์ backup เป็นนามสกุล .sql ให้ทำการ zip ไฟล์ นามสกุล .sql ที่เราได้ Export มา ตัวอย่างไฟล์ที่เราจะได้จะมีรูปแบบดังนี้ todsapon.sql.zip

ขั้นตอนที่ 3  Create Database : ให้ทำการสร้าง Database ขึ้นมาใหม่หนึ่งตัวที่ Host ตัวใหม่ที่เราต้องการย้ายมา หลังจากนั้น ทำการเลือกเมนู Import ทำการเลือกไฟล์ todsapon.sql.zip ที่เราได้ทำการ Export ออกมาจาก Host เก่าก่อนหน้านี้

ขั้นตอนที่ 4  Upload  :  นำข้อมูล wordpress  จาก Host เก่า ที่เราเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ นำมา Upload เข้า Host ใหม่ ด้วยวิธี  FTP(Tool FileZilla Client)

 ขั้นตอนที่ 5 Config :   โดยให้ทำการ Config ไฟล์ wp-config.php  โดยระบุชื่อ database name ที่เราทำการสร้าง ระบุ database user ระบุ database password ดังตัวอย่างข้างล่าง
define(‘DB_NAME’, ‘database name’);
define(‘DB_USER’, ‘database user’);
define(‘DB_PASSWORD’, ‘database password’);

 ขั้นตอนที่ 6  Start :  สุดท้ายแล้วครับ ลองทดสอบเปิดเว็บดูครับ ถ้ารันได้ออกปรกติ ก็ถือว่าการย้าย Host เสร็จสินอย่างสมบูรณ์แบบครับ ;)


ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี แล้ว ผ่าฟันคุด ราคา เท่าไร

สุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญมาก ถึงมากที่สุด ใครไม่เคยปวดฟันไม่รู้หรอ 

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วผมมีอาการปวดฟัน การปวดฟันของผม มันจี๊ดเขาไปที่สมอง เอาผมซึมไปเลย ลังเลอยู่หลายวัน ในที่สุดตัดสินใจไปพบหมอฟัน การตัดสินใจผม ไม่ใช่ว่าซุ่มสี่ซุ่มห้า งานนี้ต้องหาข้อมูลหน่อย สรุปผมปวดฟันเพราะ ฟันคุดของผมมันขึ้นเบียดกับฟันกรามแล้วทำให้ฟันกรามเกิดผุ อันนี้เดา แต่ผมมีฟันคุดจริงๆ และสืบเนื่องจากการหาข้อมูลเกี่ยวกับฟันคุด จึงได้รู้ว่า ฟันคุดไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และฟันคุดก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่โทษ ดังนั้นใครมีฟันคุดให้ไปจัดการมันทันที อย่ารอช้าเหมือนผม

ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี

ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี

เมื่อผมรู้อย่างงี้แล้ว ผมก็ค้นหาดูว่า ที่ไหน ที่เขาเชี่ยวชาญเกี่ยวกับฟันคุด “ทำไหมผมต้องหาล่ะ คลินิกฟันที่ไหนเขาก็สามารถ” แต่ผมไม่คิดยังงั้น ผมมองว่า ฟันคุด เป็นฟันประเภทพิเศษ เราต้องรักษามันแบบพิเศษ หน่อย จัดการทั้งที เอาให้ดี เอาให้ชัวร์ ;)

สุดท้าย ผมเจอแล้ว ถ้าใครถามผมว่า “ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี” ผมบอกได้เต็มปากว่า ไปผ่าที่ คลินิกศัลยกรรมช่องปากและใบหน้าขากรรไกร  คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผมก็ไปผ่าที่นั้นประทับใจสุดๆ

ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี

ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี

แถมอีกนิดครับ ในส่วนของขั้นตอนการขอรับบริการและรวมถึงกระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้น จนถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผมขออธิบายเป็นข้อๆ ดังนี้
1. ก่อนอื่นเราต้องลงทะเบียนคนไข้  ที่หน้าเคาท์เตอร์ เวชระเบียน ในส่วนนี้ เขาจะให้เราทำการเลือกการรักษา โดยให้เลือก 2 แบบ แบบที่ 1 เป็นการรักษาโดยนักศึกษาแพทย์ และมีอาจารย์คอยควบคุม แบบที่ 2 เป็นคลินิกพิเศษ รักษาโดยอาจารย์แพทย์ โดยค่าใช้จ่ายในแบบที่ 1 จะถูกกว่า ประมาณ ครึ่งต่อครึ่ง
2. เมื่อเราเลือกวิธีการเสร็จแล้ว นั่งรอเพื่อเรียกเขาไปตรวจ ตรงนี้มีการเอ็กซ์เรย์ฟัน พูดคุยถึงแนวทางการรักษา หลังจากนั้นก็นัดหมาย เพื่อมารักษาอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้เขาจะให้ใบนัดพร้อมใบเสร็จค่าเอ็กซ์เรย์ฟัน 150 บาท
3. เมื่อถึงเวลานัด นำใบนัดมาที่เคาท์เตอร์ คลินิกศัลยกรรมช่องปากและใบหน้าขากรรไกร อันนี้ขึ้นอยู่กับการระบุของใบนัด  หลังจากนั้น นั่งรอถึงคิว
4. เมื่อถูกเรียก ผู้ช่วยแพทย์จะเรียกเข้าไปข้างใน เพื่อทำการรักษา ในตรงนี้ อาจารย์แพทย์ จะเข้ามาคุยและพูดถึงการรักษาและสอบถามกับเรา เพื่อเป็นอันเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์แพทย์  จะทำการรักษา
5.  อาจารย์แพทย์ให้ทานยาแก้ปวด แล้วนั่งรอประมาณ 30 นาทีเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ หลังจากนั้นเข้าไปนอนประจำที่
6. อ้าปากกว้างๆ อาจารย์แพทย์เริ่มฉีดยาชา เข้าไปเหงือกข้างฟันคุด ประมาณ 2 เข็ม ความรู้สึกเหมือนถูกมดกัด เจ็บแบบสะดุ้งนิดๆ หลังจากนั้น อาจารย์แพทย์จะถามเราว่ารู้สึกชาที่ริมฝีปากไหม ถ้ารู้สึกชา นั้นแหละเตรียมตัวได้เลย
7. ในเคสของผมนั้น เป็นฟันคุดที่โผล่ออกมาไม่หมด ดังนั้นการรักษา จะต้องทำการผ่าฟันออกมา โดยผ่าฟันออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดึงออก เบ็ดเสร็จผมใช้เวลา ในการรักษา 1 ชั่วโมง  ก่อนออกมาอาจารย์แพทย์ ให้ถุงน้ำแข็งมาประคบเพื่อให้ลดอาการบวมและให้เลือดหยุดไหลพร้อมยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบ  แล้ว “ผ่าฟันคุด ราคา เท่าไร” รวมค่ารักษาทั้งหมด 3,050 บาท คุ้มมากครับ งานนี้ผมโล่งเลยครับ ไม่ปวดฟันอีกเลย รู้งี้ไปผ่าฟันคุดตั้งนานแล้ว ;)

ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี

ผ่าฟันคุด ที่ไหนดี

ปล. การผ่าฟันคุดไม่น่ากลัวและเจ็บอย่างที่คิด ถ้าคุณมีฟันคุด ไปจัดการมันด่วนเลยนะครับ


ทริป เทศกาลเชียงรายดอกไม้บาน ครั้งที่ 8

ได้มีโอกาสขึ้นเหนือช่วงปีใหม่ และเป็นช่วงที่มีเทศกาลเชียงรายดอกไม้บาน ครั้งที่ 8 ก็เลยขอแวะชมหน่อย เพราะได้ข่าวว่า ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเขาทุ่มทุนสร้าง สรรหาดอกไม้ทั่วทุกแห่งมาให้ชมในงานนี้

ต้องขอบอกว่าใครแพ้ดอกไม้ห้ามไปงานนี้เด็ดขาด เพราะมีดอกไม้นานาชนิด เป็นล้านๆ ดอก เรียกได้ว่า เป็นดงดอกไม้กันเลยที่เดียว

งานนี้ผมก็เลยเก็บรูปมาฝาก สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง แต่ใช้จิตวิญญาณและอารมณ์ศิลปินล้วนๆ ถือได้ว่ามีคุณค่าทางใจเห็นๆ ;)

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

The 8th Chiang Rai Flowers Festival

ปล. รูปถ่ายโดยกล้อง Nikon D3000 เลนส์ Kit โดยช่างภาพ Todsapon


ส.ค.ส ปีใหม่ ปี ๒๕๕๕ จากใจ Todsapon.com

ส่งความสุข ปีใหม่ ปี ๒๕๕๕ จากใจ Todsapon.com

ส่งความสุข ปีใหม่ ปี ๒๕๕๕ จากใจ Todsapon.com


Hey! facebook. What is Timeline? OK, Lest’s Go.

เมื่อ facebook บอกให้ผู้ใช้งานเตรียมตัวใช้งานไทม์ไลน์ ในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ จึงเกิดข้อสงสัยนานาว่า ไทม์ไลน์ (Timeline) มันคืออะไร? แล้วทำไหมตูต้องใช้ บ่ะ!!!

เอา เอาอยู่ เฮ้ย! ลองไปศึกษาดูหน่อยซิ ไหนๆก็เล่น facebook มันทุกวัน จนมันจะกลายเป็นอาหารมื้อที่สี่ไปแล้ว

สรุปง่ายๆ สั้นๆ 
ไทม์ไลน์ (Timeline)   
นิยามว่า facebook : ”บอกเรื่องราวชีวิตของคุณด้วยข้อมูลส่วนตัวแบบใหม่” โดยคุณสามารถบอกเรื่องราวของคุณจากเริ่มแรก, ถึงตรงกลาง, จนมาถึงปัจจุบัน
นิยาม Todsapon : “ประกาศให้ทุกคน(เพื่อน)ได้รู้ถึงเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ขอย้ำว่าอดีตจนถึงปัจจุบัน ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย ง่ายสุดๆ”

ข้อดี (Pros)
1. เตือนความจำเราได้ดีมาก ตั้งแต่เริ่มเล่น จนจะเลิกเล่น
2.  โชว์รูปใหญ่ได้ตั้งแต่หน้าแรก เอาให้เห็นชัดๆ
3. รวมทุกอย่างในหน้าเดียว ทุกเมนู
4. เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายมาก แค่เลื่อน scrollbar ที่เมาส์

ข้อเสีย (Cons)
1. อดีตเป็นสิ่งที่ไม่อยากจดจำ (ไม่แนะนำคนเคยมีแฟนหลายคน) แต่แก้ได้ง่าย แฟนใหม่ เท่ากับ มี account facebook ใหม่ ;)
2. มันเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวง่ายไป

แต่ถ้าต้องการข้อมูลมากกว่านี้ นี้เลย http://www.facebook.com/about/timeline  จบเลย

อันนี้แถมให้ ในกรณีที่ทุกคนยังขาดอาหารมื้อที่สี่ ไม่ได้ นั้นก็คือ การทำให้ Timeline ของเรา มันดู Wow Wow แล้วก็ Wow สวยดี เท่ดี เจ๋งโครต

Hey! facebook What is Timeline? OK, Lest's Go.

Hey! facebook What is Timeline? OK, Lest's Go.

นั้นก็คือการตกแต่ง หน้าปก ให้มีความสอดคล้องกับ รูป Profile(รูปประจำตัว) ทำให้ดูเหมือนมันคือรูปเดียวกัน
วิธีการง่ายๆ เตรียมรูปภาพ มา 2 รูป

รูปหน้าปก

รูปหน้าปก

รูปแรก เราให้เป็นรูปหน้าปก โดยกำหนดให้มีขนาด กว้าง 851 pixel สูง  316 pixe

รูป Profile

รูป Profile

รูปสอง เราให้เป็น รูป Profile(รูปประจำตัว)  โดยกำหนดให้มีขนาด กว้าง 160 pixel สูง  160 pixe
หลังจากนั้นก็นำมา Upload เข้าไปใน facebook  โดยแบ่งการ Upload เป็น 2 ที่
ในกรณี รูปหน้าปก ให้คลิกปุ่ม เปลี่ยนภาพปก
ในกรณี รูป Profile(รูปประจำตัว)  ให้คลิกปุ่ม แก้ไขรูปประจำตัว

เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อย  ง่ายๆครับ ลองตกแต่งเล่นดู คราวนี้เราก็มี timeline ที่ไม่เหมือนใคร ในสไตล์เราเอง Wow!


หนังสือเตรียมไว้อ่านเล่นปี 2012

วันก่อนไปเดินเล่นที่ ตลาดนัดชลประทาน นนทบุรี ไปเจอร้านหน้งสือมือสอง เลยจัดมา 3 เล่ม ค่าเสียหายก็แค่ 140 บาท ถือว่าคุ้มค่ากับตัวหนังสือมาก ใน 3 เล่มนี้ มี Textbook 2 เล่ม ซึ่งหนังสือที่ซื้อมาทั้ง 3 เล่มนั้น อยู่ในหมวดคอมพิวเตอร์ ทั้งนั้น เป็นหนังสือที่เพิ่ม Skill ความสามารถของผม ให้อยู่รอดในวงการนี้ ;)

Read my book on 2012

Read my book on 2012

เล่มที่ 1 :  SAP R/3 for Everyone (Jim Mazullo/Peter Wheatley) จำนวน 288 หน้า
เล่มนี้เหมาะกับผมมาก เพราะผมทำงานสายนี้โดยตรง มันอาจเป็นหนังสือที่บอกในสิ่งที่ผมรู้แล้วก็ตาม แต่ก็มีบางอย่างที่ผมไม่รู้และได้รู้จากเล่มนี้ เยอะเลยครับที่ผมไม่รู้ ;)

Read my book on 2012

Read my book on 2012

 เล่มที่ 2 : Core Java Volume || – Advanced Features (Cay S. Horstmann/Gary Cornell) จำนวน 1,032 หน้า
เล่มนี้หนามาก ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอ่านนานเท่าไร แต่คิดว่าจะอ่านเป็นบทๆไป คงสงสัยว่า ทำไหมผมเลือกที่จะอ่าน Java ต้องขอบอกไว้เลยนะครับว่า ผมหลงรักภาษานี้เหมือนกัน มีคนเคยให้นิยามผมว่า ถ้าจะเล่น Java ต้องเป็นพวกบ้าพลัง ผมเข้าใจล่ะ ขนาดเล่มนี้ตั้ง 1,032 หน้า

Read my book on 2012.

Read my book on 2012.

เล่มสุดท้าย : Advanced Excel ฉบับสูตร ฟังก์ชั่น และการประยุกต์ใช้งานจริง (นันทนี แขวงโสภา) จำนวน 458 หน้า
ต้องขอบอกว่า ผมอ่อนในการใช้ Excel มาก เลยคิดว่าจะแก้จุดอ่อนนี้ด้วยหนังสือเล่มนี้

ปล. ผมเป็นคนชอบหนังสือแบบมีปกมาก เพราะผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือและคิดว่าการอ่านหนังสือแบบมีปกมันให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ  เคยมีคนบอกผมว่า ทำไหมไม่หาอ่านตาม E-book ในอินเตอร์เน็ทเอา ฟรีด้วยไม่เสียตังค์  ผมบอกได้เลยว่า ฟิวส์มันไม่ได้ครับ มันไม่ได้ อารมณ์ของการอ่านหนังสือ ไม่ได้กลิ่นกระดาษ ไม่ได้ความรู้สึกหนัก รู้สึกเบา ลื่น คม โอ ผมมันศิลปิน จริงๆ

ลิงค์เกี่ยวข้อง DO IT YOURSELF: MY NOTEBOOK โฉมใหม่


Do it yourself: My Notebook โฉมใหม่

ก็ Notebook ตัวเก่งของผมมันเก่าเกินทน ผมก็เลยคิดหาวิธีปรับโฉมมันให้ดู ใหม่ เท่ ซักหน่อย เลยคิดไอเดียเด็ด นำสติกเกอร์เคฟล่า ที่นักแต่งรถนิยมใช้กัน นำมาใช้กับ Notebook ผม เพื่อมันจะเท่เหมือนเขา ;)

อันดับแรก ที่ผมต้องมีคือ สติกเกอร์เคฟล่า ซึ่งเป็นพระเอกของงานนี้ ผมไปจัดมานั้น ขนาด กว้าง 0.1 เมตร ยาว 1.5 เมตร ตรา 3M ราคาก็ 80 บาท (ซื้อมาจากตลาดนัดชลประทาน นนทบุรี)

Do it yourself My Notebook.

Do it yourself My Notebook.

อันดับต่อมา คือ เจ้า Notebook ตัวเก่งของผม มันเก่งจริงๆ นะครับ มันมีค่าเกินค่าตัวมันมากแล้วตอนนี้ และคิดว่าจะมีมากขึ้นเลยๆ

Do it yourself My Notebook.

Do it yourseft My Notebook.

วิธีการทำก็ง่ายๆ นะครับ แค่ 4 ขั้นตอน
1.วัด  วัดขนาดของพื้นที่ ที่เราจะติดสติกเกอร์เคฟล่า (อุปกรณ์: ดินสอ กับ ไม้บรรทัด)
2.ตัด ตัดสติกเกอร์เคฟล่า ตามขนาดที่เราได้วัดไว้ (อุปกรณ์: กรรไกร กับ มีดคัตเตอร์)
3.ติด นำสติกเกอร์เคฟล่าที่เราได้ตัดไว้เรียบร้อยมาติดบนพื้นที่ของ Notebook (ทริป อย่าลืมไล่ฟองอากาศทุกครั้ง)
4.แต่ง ตกแต่งให้มันดูเรียบร้อย

เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยครับ ผมใช้เวลาทำประมาณ ครึ่งชั่วโมง อาจนานหน่อย พอดีดู สายชลกับนางฟ้าไปด้วย ;)

Do it Yourself My Notebook.

Do it Yourself My Notebook.

 โดยสรุป ผลงานของผมมันอาจจะไม่เนียนเท่าที่ควร เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้และขนาดของสติกเกอร์เคฟล่า มันเล็กไปหน่อย ถ้าให้ดี ต้องซื้อขนาดเท่ากับ Notebook แล้วทาบลาย แล้วตัดเหมือนกับตัดสติกเกอร์ ที่ให้มันอยู่ในรูปแผ่นเดียวไปเลย

ปล. ในรูปอาจจะไม่เนียนแต่ตัวจริงสุดยอด อย่างสวย อย่างเท่ ผมไม่ได้โม้ อีกอย่างผมโครตชอบ Notebook ตัวใหม่ของผมเลย เพราะผมสนุกกับการทำมันและมีความสุขที่ผลงานออกมาดีเกินคาด ;)


เจ้าประจำ ESPRESSO COFFEE ที่ au bon pan

ESPRESSO COFFEE at au bon pan

ESPRESSO COFFEE at au bon pan

ESPRESSO COFFEE ที่ au bon pan (โอบองแปง) ถือได้ว่าเป็นร้านกาแฟที่ผมใช้บริการบ่อย ด้วยรสชาติที่เข้มของ ESPRESSO หวานติดลิ้นนิดหน่อย และกลิ่นหอมนิดๆ ของกาแฟ ทำให้ผมชอบ อีกทั้งบรรยากาศของร้านนั้น น่านั่งมาก เหมาะแก่การนั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งรอสาวๆ ;)
สำหรับผม ESPRESSO COFFEE au bon pan (โอบองแปง)  ผมชอบนะ ด้วยเหตุผลที่ว่า รสชาติที่โดน คุณภาพบวกค่าสถานที่ ซึ่งแก้วใหญ่นี้ผมจัดมาแค่ 55 บาท ขนาด 16 Oz  เอาผมอยู่ดึกได้เลย


โปรโมชั่นมันเจ๋ง DUNKIN DONUTS Ice Coffee ฟรี เกลซด์โดนัท 1 ชิ้น

DUNKIN DONUTS Ice Original Coffee

DUNKIN DONUTS Ice Original Coffee

เดินผ่านร้าน DUNKIN DONUTS เห็นโปรโมชั่นแล้วมันโดน อีกทั้งอยากลองทานกาแฟกับโดนัท และจะขอพิสูจน์ว่ากาแฟจะอร่อยไหม เลยจัดมาชุดหนึ่ง

DUNKIN DONUTS Ice Original Coffee

DUNKIN DONUTS Ice Original Coffee

หลังจากที่ได้ลอง DUNKIN DONUTS Ice Original Coffee  นั้นรสชาติผมว่าไม่ต่างจากการกินกาแฟทั่วไป คือดื่มได้ แต่ไม่ถึงคลั่งไคล้ ไม่หวาน ไม่ขม ไม่หอม แต่เอ๊ะ มีกลิ่นนิดหนึ่งตอนดื่มคำแรก แค่คำแรกเท่านั้น แต่มันเจ๋งตรงมันแถมโดนัทให้ มันก็อร่อยไปอีกแบบ ถือว่าคุ้มกับราคาโปรโมชั่น ที่จัดมา ;)

ปล. กาแฟขนาดแก้ว 22 Oz. แถมโดนัทเคลือบน้ำตาล(เกลซด์โดนัท) แค่ 39 บาท คุ้มครับ


Powered by WordPress | Designed by: My Touch 4G